Martingale/Grid ทำไมกำไรเรื่อย ๆ แล้วพอร์ตแตกทีเดียว
กลยุทธ์แบบ Grid หรือ Martingale มักจะดึงดูดมือใหม่เพราะ Equity Curve มันดูสวยงามและราบเรียบมากในช่วงแรก กราฟกำไรจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปอย่างมั่นคงจนทำให้เราตายใจ แต่ในทางคณิตศาสตร์ กลยุทธ์พวกนี้คือการขายประกันราคาถูกแลกกับความเสี่ยงมหาศาลที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง
การเบิ้ล Position หรือการวาง Grid ถี่ๆ คือการพยายามทำให้ Win Rate สูงจนเกือบ 100% เพื่อเก็บกำไรเล็กๆ น้อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ ปัญหาคือเมื่อตลาดเกิดภาวะ Extreme หรือ Black Swan ที่ราคาวิ่งทางเดียวไม่ย้อนกลับมา การขาดทุนที่สะสมไว้จะขยายตัวเป็นทวีคูณจนเกินกว่าเงินต้นจะรับไหว กลายเป็นว่ากำไรที่ทำมาเป็นปีอาจหายไปภายในวันเดียว
หลายคนพยายามแก้ด้วยการใส่ Cap หรือจำกัดจำนวนไม้ที่เปิด แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าการใส่ Cap ไม่ได้ทำให้ระบบชนะตลาด แค่เป็นการเปลี่ยนจากการ 'พอร์ตแตกทันที' เป็นการ 'ตัดขาดทุนทิ้ง' เมื่อถึงจุดที่กำหนด ซึ่งถ้าตั้ง Cap ไม่สัมพันธ์กับ Volatility ของสินทรัพย์นั้นๆ สุดท้ายคุณก็จะโดน Stop Loss บ่อยจนเงินต้นหมดไปเองอยู่ดี
ทางเลือกที่ดีกว่าคือการทำ Backtest ด้วยข้อมูลช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจริงๆ เพื่อดูว่า Drawdown สูงสุดที่ระบบรับได้คือเท่าไหร่ หรือลองศึกษาการทำ Portfolio Rebalancing แทนการเทรดแบบแก้พอร์ตไปเรื่อยๆ คุณเคยลองคำนวณไหมว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบปี 2020 พอร์ตของคุณจะเหลือเงินกี่เปอร์เซ็นต์?